6 ข้อเท็จจริงของ อเล็กซานเดอร์มหาราช ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้

อเล็กซานเดอร์มหาราชได้เคยกล่าววาทะเด็ดไว้ว่า “ข้าไม่เคยเกรงกลัวกองทัพราชสีห์ที่มีแกะเป็นผู้นำ แต่ข้ากลัวกองทัพแกะที่ถูกนำโดยราชสีห์” อเล็กซานเดอร์ได้ขึ้นครงราชต่อจากพระราชบิดาเมื่อตอนมีพระชนมายุแค่เพียง 20 ปี และก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสงครามบุกตะลุยไปตั้งแต่ทวีปเอเชียไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกา และเมื่อมีพระชนมายุได้ 30 ปี ก็ทรงได้ครอบครองจักรวรรดิอันกว้างใหญ่ตั้งแต่ในดินแดนกรีกไปจนถึงอินเดีย และถูกยกให้เป็นหนึ่งในบรรดาผู้นำทัพที่เก่งที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยจารึกมา   1.ทหารราบ “Phalanx” คือกองทัพที่ร้ายกาจที่สุดของ อเล็กซานเดอร์มหาราช – หนึ่งในกลยุทธที่อเล็กซานเดอร์มหาราชชอบใช้ในการรบมากที่สุดคือการใช้กองทหาร “Macedonian phalanx” โดยพวกทหารมืออาชีพจะถือหอกยาว 20 ฟุต ติดโล่ห์เล็กไว้ที่แขนอีกข้างเพื่อป้องกันตัว พวกเขาจะยืนรวมกันเป็นกลุ่มชิดติดกันเป็นก้อนสี่เหลื่ยมขนาดใหญ่ เดินเร่งฝีเท้าไล่บี้ประจันหน้ากับกองทัพข้าศึกหรือจะใช้ในการตั้งรับก็ได้   2.ทรงเป็นลูกศิษย์ของใครหลายคน – การศึกษาถือเป็นเรื่องที่ทั้งพระมารดาและพระบิดาให้ความสำคัญอย่างมาก โดยอาจารย์คนแรกของอเล็กซานเดอร์มหาราชคือ เลโอนีดาส (คนละคนกับกษัตริย์สปาร์ต้านะ) ซึ่งเป็นญาติกับพระมารดาของพระองค์ ซึ่งรับหน้าที่สอนคณิตศาสตร์ ,  เทคนิคขี่ม้าและการยิงธนู แต่ว่าเขาควบคุมอเล็กซานเดอร์ไม่ค่อยจะได้ ส่วนอาจารย์คนต่อมาคือไลซิมาคุส (Lysimachus) ซึ่งเป็นอาจารย์คนโปรดของพระองค์ พระองค์จะยอมอ่อนข้อเชื่อฟังอาจารย์คนนี้ ส่วนอาจารย์คนที่โด่งดังมากที่สุดคือ “อริสโตเติล” นั่นเอง   3.ตลอดเวลา 15 ปีที่ขึ้นครองราช ไม่เคยทำสงครามแพ้ใคร – ทุกวันนี้กลยุทธ์ในการทำสงครามของพระองค์ก็ยังคงถูกสอนในตำราสงครามยุคปัจจุบัน ตั้งแต่การเริ่มทำสงครามครั้งแรกตอนมีพระชนมายุ 18 […]

7 เรื่องของ เจงกีส ข่าน ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เจงกีส ข่าน ผู้นำของมองโกลซึ่งสามารถยึดดินแดนตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกจากทางด้านทิศใต้ของประเทศจีนไปจนถึงทะเลอาราล จนมองโกลได้กลายเป็นเจ้าของสถิติอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น ถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้วพวกลูกหลานของเขาก็ยังสามารถขยายอาณาเขตได้ออกไปไกลกว่าเดิมอีก ไปไกลถึง ประเทศโปแลนด์ , เวียดนาม, ซีเรีย , เกาหลี และในช่วงเวลาที่พีคที่ชุดของชาวมองโลกนั้นพวกเขาสามารถขยับขยายอาณาเขตได้ถึง 12 ล้านตารางไมล์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นเกือบจะมีขนาดเทียบเท่ากับทวีปแอฟริกาเลยทีเดียว 1.ตำนาน เจงกีส ข่าน ตามตำนานเอาไว้เล่าว่าในตอนที่ “เจงกีส ข่าน” เกิดมานั้นเขาเป็นทารกที่มีกำปั้นสีแดง เหมือนกับมีอาการของโรคเลือดอะไรสักอย่าง โหรก็ทำนายมาว่าอีกหน่อยในอนาคตเขาจะได้เติบโตเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เพราะเหมือนกับว่าเขาเป็นคนที่มือเปื้อนเลือดมาตั้งแต่เกิดนั่นเอง!! 2.ฝึกฝีมือตั้งแต่เด็ก ในตอนที่เขามีอายุ 3 ขวบก็ถูกฝึกให้ขี่ม้าแล้วล่ะ โดยเป็นหน้าที่ของแม่ทุกคนในเผ่าที่จะต้องสอนลูกของตัวเองให้ขี่ม้าได้ตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อความปลอดภัยเด็กจะถูกมัดตัวติดกับม้าเพื่อไม่ให้ตกลงมาจนได้รับบาดเจ็บ หลายในเวลาไม่กี่ปีผ่านไปเด็กก็จะโตพอที่จะเริ่มฝึกการยิงธนูบนหลังม้า 3.เขาสังหารชาวเปอร์เซียไปเยอะมาก มีนักรบเปอร์เซียจำนวนมากรวมไปถึงประชาชนอีกมายมายที่ต้องเสียชีวิตเพราะสงคราม กว่าชาวเปอร์เซียจะกลับมามีจำนวนเท่าเดิมก็คือช่วงปี ค.ศ.1900 หรือเป็นเวลา 700 ปี!! แสดงว่าฆ่าไปเยอะจริงๆ 4.ไม่มีใครรู้จักหน้าตาที่แท้จริงของเขา เนื่องจากตัวเขาเองที่เป็นคนสั่งห้ามใครวาดรูปภาพหรือปั้นรูปปั้น หรือสร้างอะไรก็แล้วแต่ที่ใช้ใบหน้าของเขาเป็นต้นแบบ กว่าจะมีคนวาดรูปของเขาออกมาก็คือตอนที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว และก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ารูปวาดนั้นตรงกับใบหน้าของ เจงกีส ข่าน ตัวจริงหรือไม่ 5.วาระสุดท้ายของ เจงกีส ข่าน เขาเสียชีวิตในเต็นท์ทหารในช่วงเวลาที่กำลังออกรบกับกองทัพของประเทศจีน (อาณาจักรเซี่ยตะวันตก อย่าออกเสียงผิดนะครับ) […]

5 ข้อเท็จจริงของภาพยนต์เรื่อง จอว์ส (jaws) ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

จอว์ส (jaws) คือภาพยนต์ปลาฉลามระดับตำนานที่โด่งดังไปทั่วโลก และมีอิทธิพลสามารถสร้างความกลัวมากถึงขนาดทำให้จำนวนคนที่ลงเล่นน้ำที่ชายหาดในประเทศอเมริกาลดลงไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว และก่อนที่จะมีการฉายเวอร์ชั่นใหม่ทางเราจึงขอนำเสนอข้อมูลเด็ดเกี่ยวกับหนังเวอร์ชั่นต้นฉบับที่หลายท่านอาจไม่เคยทราบมาก่อนไปชมกันเลย   1.ในตอนแรกผู้แต่งนิยายได้คิดชื่อเรื่องออกมาหลายชื่อ – ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างมาจากนิยายเรื่อง Jaws ซึ่งแต่งขึ้นโดย Peter Benchley เขาได้แรงบันดาลใจหลังจากที่ได้ดูข่าวชาวประมงจับปลาฉลามขนาดยักษ์ได้ ในปี ค.ศ.1964 รวมไปถึงข่าวการจู่โจมของปลาฉลามในปี ค.ศ.1916 จึงได้แต่งนิยายสยองขวัญโดยมีฉลามเป็นผู้ร้ายขึ้นมา โดยคิดขื่อเรื่องออกมาหลายชื่อเลยคือ ความเงียบสงบในน้ำ , ความเงียบใต้ทะเลลึก , ขากรรไกรแห่งความตาย สุดท้ายตัดสินใจใช้คำว่า “ขากรรไกร (jaws)” คำเดียว   2.ตัวผู้แต่งนิยายยังได้เข้าร่วมแสดงบทรับเชิญในภาพยนต์อีกด้วย – โดยเขาได้แสดงเป็นนักข่าวที่กำลังถ่ายทอดสดข่าวที่ชายหาด และอันที่จริงก่อนจะมาเป็นนักแข่งนิยายเขาเคยทำงานเป็นนักข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ Washington Post มาก่อนแล้ว นอกจากนี้ผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ก็ยังร่วมแสดงบทรับเชิญด้วยเช่นกัน โดยพากย์เสียงเป็นคนที่ติดต่อกับเรือผ่านทางวิทยุ   3.กว่าฉลามจะโผล่มาแบบเต็มตัวก็ตอนท้ายเรื่องนู่น – คุณต้องรอให้ครบ 1 ชั่วโมงกับอีก 21 นาทีเสียก่อนคุณถึงจะได้เห็นฉลามแบบเต็มๆตัว จากเวลาทั้งหมดในหนังประมาณ 2 ชั่วโมง นั่นเพราะว่าในสมัยนั้นหุ่นยนต์ฉลามปลอมมันสร้างยากมากๆ แถมตอนที่ถ่ายทำจริงหุ่นยนต์ฉลามก็ไม่ทำงานอีกด้วย […]

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top